การอบรมจิตให้เป็นสมาธิ

หลวงปู่บัวเกตุ
พระครูวิบูลธรรมกิจ

(หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร)

การรักษาจิตให้สงบไม่ว่าทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นสิ่งที่พระศาสดาทรงสรรเสริญ และให้พากเพียรทำจิตของตนให้สงบไว้ งานทั้งปวงไม่มีงานอะไรที่จะประณีตเท่ากับงานอบรมจิต งานภายนอก ทำไร่นาเรือกสวนค้าขายก็ดี ยังไม่ประณีตเหมือนการอบรมจิต อนึ่ง แม้ทำไร่นาเรือกสวนจะมีกำไรมากมาย มีความดีใจในผลกำไร แต่ถ้าทำจิตให้สงบแล้ว จิตที่สงบมีความสุข มีความดีใจยิ่งกว่าผลกำไรของกิจการงานนั้นๆ เพราะการทำจิตให้สงบเป็นความประณีต เป็นความละเอียดอ่อน ผู้ที่ทำจิตให้สงบได้ต้องต้องมีสติมีปัญญา

มีสติก็คือ คุมจิตอย่าให้เผลอ เพราะจิตนั้น ถ้าสติเผลอก็จะน้อมนึกคิดเรื่องราวต่างๆ ไปอย่างอื่น ถ้าจะเปรียบเทียบเหมือนปุยสำลีตั้งไว้กลางแจ้ง แม้ลมทางทิศใดพัดมาเบาๆ ก็จะกลิ้งและปลิวไป ยังช้ากว่าจิตที่ปลิวไปในความนึกคิด สิ่งที่ล่วงไปแล้วซึ่งเรียกว่าอดีตบ้าง คาดการณ์ข้างหน้าซึ่งเรียกว่าอนาคตบ้าง จิตใจของบุคคลเราขึ้นๆ ลงๆ อดีต อนาคต ปัจจุบัน ดังนี้อยู่เสมอ เมื่อจิตมีความหวั่นไหวอยู่อย่างนี้ จึงต้องรักษาจิตของตนให้เกิดความสงบ จิตที่จะไม่ให้หวั่นไหวก็ต้องอาศัยสติ

สติแปลว่า ความระลึกได้ คือ รู้ได้ทุกขณะ ถ้าตั้งจิตจะพิจารณาอะไร เช่น ถ้าตั้งจิตจะพิจารณาดูลมหายใจเข้าออก ก็รู้ว่าลมหายใจเข้าลมหายใจออก ตั้งสติพิจารณาจิตของตนเอง ว่ากำลังจะคิดอะไร หรือกำลังคิดอะไรอยู่ หรือกำลังประคองจิตให้สงบอยู่ ก็สามารถจะรู้ได้ สติ มีความละเอียดอ่อนในความระลึกได้ รู้ได้ จึงสามารถคุมจิตซึ่งชอบนึกชอบคิดตามลำพัง

จิตที่นึกที่คิดตามลำพัง ก็มักจะแส่ส่ายไปในทางราคะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง จิตก็เลยตกต่ำ ถ้ามีสติรู้ตามความเป็นจริงว่าอารมณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี ก็จะมีสติคุมจิตของตนให้ระลึกอยู่ในทางที่ดี คือ ขจัดราคะ โทสะ โมหะ ความที่จิตหวั่นไหวต่างๆ ก็เบาลง และพิจารณามากเข้าๆ หรือตั้งสติคุมมากเข้าๆ จิตก็จะสงบ เมื่อจิตสงบก็ไม่ฟุ้งซ่านคิดเรื่องต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

จิตที่สงบดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ไม่ใช่หลับ แต่เกิดสงบขึ้นเมื่อภาวนา นี่เป็นส่วนหนึ่งแห่งการทำจิตให้สงบ อีกส่วนหนึ่งที่ว่ามีสติและมีปัญญา สติว่าไปแล้วคือปัญญา ก็หาอุบายให้ใจเห็นว่า สิ่งทั้งปวงโสโครก ปฏิกูล สิ่งทั้งปวงเป็นอสุภ เน่าเหม็น สิ่งทั้งปวงไม่มีอะไรอยู่ยงคงที่ และไม่มีอะไรที่จะสมความปรารถนาเรื่อยไป ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมแปรปรวนไป ไม่มั่นคง ไม่คงที่อยู่ได้ มีสภาพความเป็นจริงอยู่อย่างนี้

การรู้จักเรื่องราวเหล่านี้ให้เป็นไปตามความเป็นจริงแล้ว ใจก็ไม่ส่งส่ายไปเที่ยวหาเที่ยวค้นเที่ยวนึกเที่ยวคิด เพราะรู้แล้วเห็นแล้วว่าสภาพของใจเป็นอย่างนี้เอง

ปัญญาจึงเป็นเครื่องกำหนดให้ใจมีความรู้ด้วยสงบด้วย บางทีก็คู่กันทั้งสติและปัญญา มาเป็นคู่กัน สติระลึกได้ ปํญญาพิจารณา เช่น สติระลึกได้ว่า พระพุทธเจ้าสอนว่า รูปัง อนิจจัง เวทนา อนิจจา รูปนี้ไม่เที่ยง ปัญญาก็ตอบไปว่า ไม่เที่ยงอย่างไร กายนี้เป็นอย่างไรจึงไม่เที่ยง ดูคนในวัยต่างๆ เด็กเล็ก เด็กโต เด็กหนุ่ม สาว กลางคน แก่ และแก่มาก แก่เฒ่า ก็ไปจากคนๆ เดียวนั่นเอง แล้วก็แปรปรวนไป ความแปรปรวนไปเป็นอาการอย่างนี้จิตที่เคยคนองก็จะสงบ จิตที่เคยฟุ้งซ่านก็จะสงบ เพราะมารู้เท่าทันตามความเป็นจริง รวมความว่า อุบายที่ให้จิตสงบคือสติ อุบายที่จะให้เกิดความรู้คือปัญญา ทั้งสองประการนี้ จึงเป็นธรรมะสำหรับประหารกิเลสโดยตรง

พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกในสมัยโน้น หรือจะมีสามเณรด้วยก็ตาม ที่อยู่ยงคงกระพัน และมีความสามารถต่างๆ ได้นั้น ก็เพราะมีการอบรมจิต ในจิตหรือใจของเรานั้นมีสิ่งที่ดีๆ อยู่หลายอย่าง มีสิ่งที่ประเสริฐอยู่หลายอย่าง มีสิ่งที่ยอดเยี่ยมอยู่หลายอย่าง เท่ากับว่า ใครจะเอามาใช้ได้ คนที่จะเอาพลังของจิตมาใช้ได้ ก็คือ คนที่มีสมาธิและฌาน ..ใช้ไปในทางไหน ทางรู้เห็นสิ่งต่างๆ ทั้งใกล้และไกล แต่เป็นที่ลับ ใช้ให้เป็นเครื่องเดินทาง ใช้ให้เกิดปัญญารู้เห็นตามความเป็นจริง

การมีปัญญารู้เห็นตามความเป็นจริงก็ดีบุคคลผู้มีกายเบา ลอยกายได้ที่เรียกเหาะเหินเดินอากาศก็ดี ก็ไปจากจิตที่สงบ จิตที่เป็นฌานทั้งนั้น และทุกคนมีสิทธิที่จะทำให้เกิดในสิ่งนั้น ต้องประกอบด้วยความเพียรและสติปัญญาให้มากๆ จึงจะหยิบของดีในตัวเราของเองมาใช้ได้ที่จริง ร่างกายนี้พระพุทธเจ้าว่าเป็นปฏิกูลคือไม่สะอาด เป็นอสุภ คือเป็นซากศพ เน่าเหม็น เป็นอนิจจังคือไม่เที่ยง เป็นอัทธุวังคือไม่ยั่งยืน เป็นทุกขังคือต้องแตกสลายไป เป็นอนัตตา ไม่เป็นของใคร ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา มีสภาพอยู่อย่างนี้ก็จริง แต่ผู้ที่เป็นบัณฑิตและฉลาดย่อมรู้จักใช้สรีระร่างกายนี้ไวอันสมควร ให้รู้ให้เห็นตามความเป็นจริงแล้วนำมาปฏิบัติ ให้ถูกต้อง ก็จะสามารถทำความสงบขึ้นได้

ความสงบ สมาธิและฌาน ที่ค่อยๆ หายไป ค่อยๆ หมดไป ไม่มีใครได้ยินข่าวอีก ก็เพราะไม่มีการปฏิบัติต่อเนื่องอย่างจริงจัง ทำให้คุณความดีในเรื่องของจิตนี้ลดลงและหมดไป เพราะฉะนั้นความดีที่เป็นเครื่องศักดิ์สิทธิ์ก็คืออยู่ในจิต นักไสยศาสตร์ที่ว่าเก่งและขลังก็เพราะภาวะจิตมั่นคง ผู้ที่มีวิชาพิเศษ เช่น ทำตัวเบาเป็นต้น ก็เพราะมีจิตที่มั่นคง จิตนี้จึงมีคุณอันล้ำเลิศ แต่เรายังนำมาใช้ไม่ได้นั้นก็เพราะยังไม่สงบ ต่อเมื่อสงบแล้ว จนมั่นคงแล้ว ก็จะมีสติปัญญา นำจิตที่มีคุณภาพนั้นมาให้เกิดประโยชน์ รู้เห็นตามความเป็นจริงได้

สิ่งทั้งปวงที่เกิดกับพระพุทธเจ้าพระอรหันตสาวกในสมัยนู้น แม้พุทธองค์ไม่ได้เรียบเรียบเองเช่นเรื่องพระไตรปิฏกก็ตาม แต่สามารถที่จะนำสิ่งเหล่านั้น มาสั่งมาสอน มาอบรม ให้รู้เห็นตามความเป็นจริง ออกมาจากจิตทั้งสิ้น

กุศลธรรมก็ออกมาจากจิต อกุศลธรรมก็ออกมาจากจิต บุญก็ออกมาจากจิต บาปก็ออกมาจากจิต คนดีก็ออกมาจากจิต คนชั่วก็ออกมาจากจิต เป็นต้น ถ้าผู้ฉลาดขจัดที่เป็นบาปเสียให้เหลือแต่บุญ จิตนี้ก็จะประเสริฐยิ่งนัก ถ้าผู้ฉลาดขจัดความชั่วของจิตให้หมดไป เหลือไว้แต่ความดี จิตนี้ก็จะประเสริฐนัก จิตเมื่อดีเมื่อประเสริฐแล้ว ก็จะอบรมกาย วาจาของตนให้ทำดีพูดดี และปฏิบัติดีเป็นที่สุด

สมาธิคือความสงบ จึงมีคุณอันล้ำเลิศยากที่จะเปรียบเทียบว่าเป็นเท่านั้นเท่านี้ได้ ยิ่งสงบมากขึ้นเพียงใดจนเป็นฌานเป็นสมาบัติคุณภาพของชีวิตของผู้นั้นก็สูงขึ้นตามลำดับ พิเศษขึ้นตามลำดับ รู้จักหยิบของวิเศษในจิตของตนเองมาใช้ เพราะได้ฝึกฝนความสงบกับจิตให้ได้ดีแล้ว ดังนั้น การนั่งสมาธิจึงเป็นการอบรมจิตให้สงบ คือ ให้เกิดความดี ความดีในเบื้องต้น เห็นทุกข์โทษของความชั่ว ละเลิกความชั่วมาทำความดี ความดีในบั้นปลาย คือทำจิตใจให้มั่นคงและเกิดปัญญา รู้เห็นตามสภาวธรรมที่เป็นจริง แก่ เจ็บ ตาย เห็นเป็นธรรมชาติ ไม่ตกใจเมื่อตาย ไม่ดีใจเมื่อหนุ่มเมื่อแข็งแรง เพราะรู้ตามความเป็นจริงในสภาพเหล่านี้แล้ว ว่า มันจะต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ตั้งมั่นอยู่อย่างนี้

การอบรมจิตให้สงบจึงเป็นหนทางอันประเสริฐในการฝึกบุคคลให้เป็นคนดี เพราะฉะนั้นต่อนี้ไป พึงตั้งจิตน้อมนึกถึงองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า กับพระธรรมคำสอนของพระองค์และพระอริยสงฆ์ ให้รู้สึกเกิดขึ้นกับจิต จนเกิดความยินดี เกิดปีติ หรือยังพิจารณาไม่ออก ก็นึกว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ หรือความมีสติให้มากๆ แล้วความสงบก็เกิดขึ้น ความจำได้ก็เกิดขึ้น อันเป็นกุศลในชีวิตของตน คือเกิดปีติขึ้นแล้ว จิตใจก็อิ่มเบิกบานมีกำลังใจในการภาวนา พุทโธ พุทโธ โดยมีสติเป็นผู้คุมในการกล่าวเบื้องต้น เพราะฉะนั้นต่อนี้ไป จงตั้งใจภาวนาดังที่กล่าวมา เพื่ออบรมจิตของตนให้ใจสงบต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *