โลกธรรม 8

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
สมเด็จพระญาณวชิโรดม

(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

พระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมเบื้องต้นในท่ามกลางและที่สุด เพื่อที่จะให้ผู้คนทั้งหลายนั้นได้รู้ความจริง ถึงแม้ว่าพระดำรัสของพระองค์ดำรัสไปนั้นต้องกระทบบุคคลผู้หนึ่งผู้ใด จำพวกหนึ่งจำพวกใดก็ตาม พระองค์ไม่ได้ทรงคำนึงถึง คำนึงถึงแต่ว่า เมื่อใครปฏิบัติตามนี้แล้วก็จะบังเกิดผลคือความดีงามที่เกิดขึ้น แล้วก็สามารถทำให้เขาเหล่านั้นพ้นไปจากห้วงแห่งความทุกข์ได้ด้วยประการทั้งปวง

การยกย่อง การสรรเสริญ หรือเรียกว่าพวกที่ประจบสอพลอต่างๆ เหล่านั้น พระพุทธองค์ทรงกล่าวตำหนิติเตียนว่า พวกเหล่านั้นพากันหลงอยู่ในโลกธรรม โลกธรรมมีอยู่กี่อย่าง เรียกว่า โลกธรรม

โลกธรรม 8 นั่นก็คือ ได้ยศ เสื่อมยศ ได้ลาภ เสื่อมลาภ มีสุข มีทุกข์ นินทา สรรเสริญ เหล่านี้เรียกว่าโลกธรรม

โลกธรรมนี้อยู่ประจำใจมนุษย์โลกทั้งหลายซี่งพอใจในการที่จะมีโลกธรรมเหล่านี้ เพราะอะไร เพราะว่าโลกธรรมนั้นมันประกอบพร้อมไปด้วยอารมณ์ต่างๆ คอยยกยอบุคคลบ้าง คอยข่มขู่บุคคลบ้าง ได้มาบ้าง เสียไปบ้าง อะไรเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องแห่งโลกธรรม โลกธรรมเหล่านี้คนย่อมติด คือติดมัน ใครๆ ก็ยอมมัน คือยอมเพราะอยู่ภายใต้อำนาจแห่งโลกธรรม มียศ ดีใจ ยศเสียไป เสียใจ ได้เงินมา ดีใจ เสียเงินไปเสียใจ อะไรอย่างนี้ เป็นต้น

อันนี้คือ จิตที่อยู่ในสำนึกที่อยู่ภายใต้แห่งอำนาจของโลกธรรม แต่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ทรงแก้ทรงตรัสไว้อย่างตรงๆ เลยว่า เมื่อโลกธรรมถูกต้องแล้ว ไม่มีการหวั่นไหว จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ จิตนี้ไม่หวั่นไหว เพราะฉะนั้นเมื่อจิตไม่หวั่นไหวแล้ว วิระชัง ก็ไม่มีธุลี ถ้าหากว่าบุคคลผู้ที่ถูกโลกธรรมกระทบกระเทือนเข้าไปแล้วเกิดความหวั่นไหวขึ้น เรียกว่า บุคคลผู้นั้นก็ยังเป็นผู้มีจิตที่เป็นธุลี ธุลีนั้นคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสกปรก จิตใจก็เกิดความสกปรกขึ้น เมื่อจิตใจเกิดความสกปรกขึ้น ก็เรียกว่าเต็มไปด้วยธุลี

บางคนคิดว่า เขามียศฐาบรรดาศักดิ์สูงสุดนั่นแหละคือชีวิตที่เขาดี หรือบางทีก็คิดว่าเขามีเงินเยอะๆ นั่นแหละชีวิตของเขาดี ที่จริงนั้นถ้าหากว่าเขามียศฐาบรรดาศักดิ์ เขามีเงินทองเยอะๆ แต่เขาไม่มีศีล เขาไม่มีบุญ ชีวิตนั้นก็ไร้ประโยชน์ เงินทองไม่สามารถจะติดตรึงตามตัวไปช่วยอะไรเราได้ เงินทองข้าวของ เคหสถาน ลูกเมีย สารพัด ไม่สามารถจะไปช่วยอะไรเราได้ ความดีเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ เพราะความดีนี้เป็นสิ่งที่เป็นอมตะธรรม เป็นสิ่งที่ไม่ตาย คุ้มครองป้องกัน ช่วยเหลือ แล้วก็สนับสนุนจุนเจือส่งเสริมชีวิตนี้ให้มีการพัฒนาสูงขึ้น สูงขึ้นตามลำดับ

ผู้ที่มีความประมาทถือว่าเราร่ำรวย มีเงินมีทองมาก ถึงเรามียศฐาบรรดาศักดิ์มาก แล้วก็เสวยสุขไปตามเรื่องของโลก ในที่สุดเมื่อเขาดับชีพทำลายขันธ์ คือถึงคราวตาย เขาไม่ได้อะไรไป ชีวิตอันนั้นก็ดับวูบและต่ำต้อยลงไป บางทีอาจถึงนรก บางทีอาจถึงเปรต บางทีอาจไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แล้วเป็นอะไร เมื่อเป็นเช่นนั้น สมบัติอะไรที่ช่วยเขาได้ ความมียศฐาบรรดาศักดิ์ช่วยอะไร ความมีเงินทองข้าวของช่วยอะไร ช่วยไม่ได้ ชีวิตนั้นก็จะต้องเรียกว่าอับเฉา ในที่สุดเมื่อไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน พูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ไปเกิดเป็นเปรตได้รับความทุกข์ยากลำบาก ไปกลับมาเกิดมาเป็นมนุษย์อีก ก็ยิ่งมีความทุกข์ยากลำบากยิ่งขึ้น เพราะเหตุที่เขาไม่สามารถจะทำเงินทองข้าวของเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ ไม่สามารถที่จะทำยศฐาบรรดาศักดิ์เหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ ผู้ที่สามารถมีความดี รักษาความดี มีความดีไว้ประจำทุกวัน เขาผู้นั้นต่างหากพระพุทธเจ้าสรรเสริญว่าประเสริฐแท้ เขาเป็นคนที่เกิดขึ้นมาด้วยความเฉลียวฉลาด เขาเกิดขึ้นมาด้วยความดี และเกิดขึ้นมาด้วยความมีชีวิตที่ประเสริฐยิ่ง ความดีและความชั่ว ความดีต่างๆ ไม่ได้วัดกันด้วยความร่ำรวย ไม่ได้วัดกันด้วยความสวยความงาม แต่ว่าวัดกันด้วยคุณธรรม

คุณธรรมเท่านั้นที่จะเป็นสิ่งที่วัดว่าคนนั้นจะเป็นคนดีหรือว่าเป็นคนชั่ว คุณธรรมจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นเป็นคนดี ผู้นั้นเป็นคนชั่ว ผู้ที่เป็นคนชั่ว ผู้ไม่มีคุณธรรม ผู้ที่เป็นคนดีเรียกว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรม อันนี้เป็นเครื่องวัด บางคนนั้นมีเงินทองมาก แต่ว่าทำแต่บาป โกงเขาก็มี เพราะว่ามีเงินมากเข้า จ้างฆ่าคนนั้นบ้าง มีเงินมากเข้า รุกที่คนนี้บ้าง มีเงินมากเข้า ข่มเหงคนนั้นบ้าง มีเงินมากเข้า กินสุรายาเมาบ้าง ผิดศีลบ้าง ลูกเมียใครไม่รู้ ทำผิดตะพึดตะพือ อันนั้นน่ะ จะมีประโยชน์อะไร เมื่อเขามีเงินก็เปล่าประโยชน์ เรียกว่าขาดคุณธรรม หรือผู้ที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ เอายศฐาบรรดาศักดิ์ข่มขู่บุคคลผู้อื่น ใช้อำนาจข่มขู่บุคคลผู้อื่นให้เสียหาย อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็เป็นบาปกลับคืนมาเป็นของตน ได้รับความทุกข์ได้รับความเดือดร้อน

แต่ถ้าหากว่าผู้ที่มีเงินทอง แต่ว่าเป็นผู้ที่มีศรัทธา เขาก็ได้ชื่อว่าสนับสนุนตัวเขาให้ดี เรียกว่าได้ประโยชน์ เกิดคุณธรรม มีเงินมีทองก็ไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ให้ทานคนยากคนจน พยายามช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากความลำบากยากเข็ญ นั่นเขาเรียกว่าสร้างบุญเพิ่มขึ้น เรียกว่าคุณธรรม มียศฐาบรรดาศักดิ์ มีอำนาจวาสนา ใช้อำนาจเหล่านั้นช่วยเหลือบุคคลผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ช่วยเหลือบุคคลผู้ที่มีความลำบาก อำนาจเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นประโยชน์ กลับกลายเป็นผลอันยิ่งใหญ่ ผู้ที่สร้างความดีต่างๆ เหล่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้ เขาทำได้ และทุกคนก็ทำได้ เพราะอะไร เพราะว่าคำสอนของพระพุทธศาสนานั้น ดังกระหึ่มอยู่ทั่วประเทศ

จิตใจของเรานั้นก็เหมือนกัน เรามีอะไรเป็นเครื่องซักฟอกจิตใจของเรา เรานำธรรมะสิ่งหนึ่งใดมาเป็นเครื่องซักฟอกจิตใจของเรา ให้ใจของเรานั้นค่อยเกิดความสะอาดขึ้นตามลำดับ เกิดความสะอาดขึ้นมาได้เมื่อไร ใจของเราก็เรียกว่ามีสติ มีปัญญา ก็เรียกว่า แสงสว่างคือปัญญา นัตถิ ปัญญา สมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาย่อมไม่มี

ท่านทั้งหลายขอให้คิดเถิดว่าชีวิตที่มีค่านั้น คือชีวิตที่มีศีล สมาธิ ปัญญา ชีวิตที่ไม่มีศีล สมาธิ ปัญญา ไม่มีค่าหรอก ร่างกายนี่เรามาอาศัยชั่วคราว ไม่ช้าก็แก่ ไม่ช้าก็ตายด้วยกันทั้งนั้น แต่ขณะที่ยังไม่แก่ไม่ตายนี่ เราพากันสร้างความดีนี้ไว้ ขอให้ทุกคนจงพากันเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่อาตมาได้ชี้แจงแสดงมานี้ เมื่อท่านทั้งหลายได้สดับรับรสซึ่งพระธรรมเทศนาที่อาตมาได้แสดงมานี้แล้ว จงพากันไปพินิจพิจารณาเมื่อเห็นดีเห็นชอบประการใดแล้ว ก็จงพากันประพฤติไปตามก็จะประสบความสุขความเจริญ งอกงามในธรรมวินัยคำสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกทีราตรีกาลตามได้แสดงมา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *